รวม Drabble UshiOi

posted on 27 Aug 2014 11:41 by view-fujiki in FanFiction, Haikyuu directory Fiction, Cartoon
เหล่านี้คือบรรดาแดรบเบิล "อุชิโออิ" ที่เราแต่งตามวาระโอกาสต่าง ๆ (?)
 
มันสั้นเกินกว่าจะอัพลงเอนทรี่เดียวอะค่ะ ฮาาา
 
**บางอันก็ไม่มีชื่อเรื่องนะคะ
 
 
I
Drabble UshiOi
Haikyuu Weeky หัวข้อ "เขิน"
 
 
 
 
'มีอะไรที่ทำให้คุณเขินได้บ้าง?'

"หืม?" นัยน์ตาสีน้ำตาลหรี่ลงเล็กน้อยขณะมองหัวข้อนิตยสารในมือที่บังเอิญหยิบสุ่ม ๆ ขึ้นมาได้ "ไม่มีอะไรที่ทำให้คนอย่างฉันเขินได้หรอกน่า"

พอจบประโยคก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ มาจากคนข้างตัว โออิคาวะหันขวับ ตวัดสายตามองคนตัวสูงกว่าที่วันนี้หาเรื่องมาเที่ยวเล่นกับเขาด้วย

"ขำอะไร? อุชิวากะจัง"

ในร้านสะดวกซื้อ ตรงชั้นวางนิตยสารที่บังเอิญมีนิตยสารเล่มหนึ่งถูกแกะออกจากห่อพลาสติกและวางไว้ โออิคาวะที่ตาไวหันไปเจอก็หยิบขึ้นมาอ่านฟรีหน้าตาเฉย อุชิวากะที่ยืนมองตั้งแต่แรกสำรวจสภาพรอบ ๆ ก็พบว่า นอกกระจกร้านสะดวกซื้อมีผู้คนเดินอยู่บางตา ในร้านก็แทบไม่มีลูกค้า

คนตัวสูงกว่าละสายตาจากสภาพแวดล้อมมามองคนที่พึมพำอยู่คนเดียวกับนิตยสาร พอจับใจความได้ว่าอีกฝ่ายพูดอะไรเขาก็หลุดขำ เลยโดนอีกฝ่ายย้อนมาด้วยสีหน้าหาเรื่อง

ถึงอย่างนั้นก็... อืม น่ารักอยู่ดี

อุชิจิมะตอบกลับเสียงนิ่งทั้งที่สีหน้าแทบไม่เปลี่ยน "ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ทำให้นายเขินไม่ได้"

"เฮอะ!" โออิคาวะแค่นเสียง เชิดหน้าพูดอย่างมั่นใจ "สาวน้อยเป็นร้อยกับสารพัดมุกจีบฉันยังไม่สะเทือน คิดว่าจะมีอะไรมาทำให้ฉันเขินได้อีกหรือไง"

"มีสิ"

"ไหน? บอกฉันมาซิ อะไร?"

คนผมสีน้ำตาลหันมาประจันหน้า คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างไม่ค่อยพอใจ ท่าทางหาเรื่องเต็มที่

อุชิจิมะคว้าหนังสือสักเล่มแถวนั้นขึ้นมาพลิกดู เรียกให้นัยน์ตาสีน้ำตาลต้องหันไปมองตาม ก่อนจะชะงักค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวินาทีถัดมา

โออิคาวะหันไปมองหนังสือในมืออุชิวากะเพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะหาอะไรในนั้นมาพิสูจน์ทฤษฎีความเขินของเขาได้ แต่ใครจะคิดว่า หมอนั่นดันยกหนังสือขึ้นมา บังไม่ให้คนนอกร้านมองผ่านกระจกเข้ามาเห็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนั้น

ปลายจมูกของคนตัวสูงกว่าสัมผัสผิวแก้มของเขาอย่างรวดเร็ว

วินาทีสั้น ๆ ก่อนที่จะผละออกไป เพียงเท่านั้นในหัวของโออิคาวะก็ว่างเปล่าไปชั่วขณะ

อุชิจิมะวางนิตยสารเล่มนั้นลงที่เดิม ก่อนจะหันมาพูดหน้านิ่ง "...นั่นแหละ"

ผิวแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีตั้งแต่ถูกสัมผัส โออิคาวะพูดไม่ออก รู้สึกได้ว่ามือไม้สั่น เขาวางนิตยสารตัวต้นเหตุ(?)ลงที่เดิม ก่อนจะก้าวถอยไปช้า ๆ แล้วหันมาแว้ดใส่อีกคน

"อุชิวากะจังงี่เง่า!!"

แล้วก็สาวเท้าออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว


คนโดนด่าว่างี่เง่ายืนนิ่งอยู่กับที่พักหนึ่ง ก่อนจะคว้าหยิบนิตยสารที่โออิคาวะทิ้งไว้ขึ้นมา พลิกดูเล็กน้อยแล้วเดินไปที่เคาท์เตอร์

"เอาเล่มนี้ครับ"

อย่างน้อยซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ยังดี

.
 
.

.


คนที่ชิ่งหนีออกมาแทบจะทะยานตัวออกจากร้าน พอพ้นสายตาคนขี้แกล้งได้ก็ยกมือปิดหน้าตัวเอง เผลอทรุดตัวนั่งยอง ๆ อยู่ข้างฟุตบาท

โอ๊ย บ้าจริง

นัยน์ตาสีน้ำตาลพราวระยับโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ ทั้งใบหน้าที่ขึ้นสีเรื่อลามไปถึงใบหู ชายหนุ่มเผลอยกมือขยี้หัวตัวเองจนยุ่งกว่าเดิมแล้วถอนหายใจ

โดนหยามศักดิ์ศรีกันชัด ๆ

อุชิวากะจังบ้าที่สุด

อย่าให้มีโอกาสบ้างนะ จะให้อายจนไม่กล้าออกจากบ้านเลย คอยดู!


ได้แต่คาดโทษไว้ในใจ แล้วพยายามลูบหน้าลูบตาเหมือนคนบ้าอยู่ตรงนั้น
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
II
 
 
ลูกบอล

ลอยสูงขึ้นไป



มันเป็นวินาทีที่ประทับลงในความทรงจำของอุชิจิมะ วากะโทชิ อย่างที่ไม่มีอะไรในโลกนี้จะมาลบเลือนไปได้

ปลายนิ้วยาวเรียวสัมผัสผิวยางของลูกบอลเพียงแผ่วเบา แรงส่งจากปลายนิ้วพาให้ลูกกลมลอยขึ้นบนอากาศ ใบหน้าชวนมองนั้นปรากฏรอยยิ้มมาดมั่น นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนทอสะท้อนประกายแสงไฟจากบนเพดานโรงยิ้ม มันแวววาวราวกับอัญมณี และเป็นแววตาที่สะกดลมหายใจของคนดูไปชั่วขณะ

หรืออาจจะเป็นตัวอุชิจิมะเพียงคนเดียว

เหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นในชั่ววินาทีสั้น ๆ เพราะทันทีที่บอลถูกเซ็ตส่งขึ้นไปกลางอากาศ ตัวตบทางซ้ายก็ตบลูกบอลลงฝั่งตรงข้ามได้อย่างพอดี

ด้วยสายตาของอุชิจิมะ เขารู้ดีว่าลูกเซ็ตนั้นยอดเยี่ยมแค่ไหน

ไม่ใช่สักแต่ว่าเซ็ตให้ลูกลอยอยู่กลางอากาศ แต่ทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ตัวตบตบได้ดีที่สุด

ทำแบบนั้นได้จริง ๆ สินะ

อาวุธสำคัญสำหรับตัวตบอย่างเขา นอกจากแรงที่ใช้ในการตบและการวิเคราะห์ว่าตบให้ลงตรงไหนแล้ว ก็น่าจะเป็น... เซตเตอร์นี่แหละ

ถ้าได้หมอนั่นมาเป็นเซตเตอร์ให้คงจะดี

ถ้าได้ตบลูกเซตของคน ๆ นั้น… คงจะ… เยี่ยมไปเลย

นัยน์ตาสีดำที่มักเรียบเฉยอยู่เสมอเป็นประกายวาวขึ้นมาอย่างมาดมั่น เขาจับจ้องภาพเซตเตอร์ผมสีน้ำตาลอ่อนที่มีสาว ๆ ตามกรี๊ดเป็นขบวนคนนั้นที่ยืนยิ้มกว้างอยู่กลางสนาม

พร้อมกับจดจำชื่อของคน ๆ นั้นเอาไว้

คนที่ทำให้เขาลมหายใจสะดุดแค่เพียงเห็นตอนที่หมอนั่นเซ็ตลูก


โออิคาวะ โทรุ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
III
 
 

ความมืดปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณโรงเรียนอาโอบะโจไซ แต่ดูเหมือนจะมีสถานที่หนึ่งที่จนถึงบัดนี้ก็ยังคงเปิดไฟสว่างจนแสงไฟลอดออกมาด้านนอก …อาคารโรงยิมของโรงเรียน

 

เสียงลูกบอลตกกระทบพื้นดังซ้ำไปซ้ำมาราวกับม้วนเทปที่ถูกกรอกลับซ้ำ ๆ เด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่หน้าเน็ตที่ขึงตึง รอบกายมีลูกวอลเลย์บอลกลิ้งไปมาอย่างอ้อยอิ่ง

 

เขาโยนลูกบอลขึ้น ยื่นปลายนิ้วออกไปสัมผัสกับผิวยางของลูกบอลนั้น ส่งมันขึ้นไปเหนือเน็ตอย่างสวยงาม

 

ลูกบอลที่ลอยขึ้นและค่อย ๆ ร่วงลงจากอากาศตามแรงโน้มถ่วง ซ้อนทับกับภาพของคนที่กระโดดขึ้นตบลูกลงอีกฝั่งของเน็ต และเหยียบลงพื้นอีกครั้งอย่างสงบนิ่ง

 

สีหน้าเรียบเฉยของอุชิจิมะ วากะโทชิ คือสิ่งที่มโนสำนึกของเขาเห็น

 

และมันทำให้โออิคาวะ โทโอรุ หยุดไม่ได้ที่จะซ้อมต่อไป

 

ลูกแล้วลูกเล่าที่โยนออกไป ลูกแล้วลูกเล่าที่สองมือนี้เซ็ต ลูกแล้วลูกเล่าที่ตนกระโดดเสิร์ฟให้ลูกบอลแหวกอากาศพุ่งลงฝั่งตรงข้ามในตำแหน่งที่พอดีราวกับจับวาง

 

แต่ไม่ว่าจะกี่ลูกก็ตาม บางสิ่งบางอย่างก็ตอกย้ำเขาว่า ไม่มีทางที่จะเอาชนะคนอย่างอุชิจิมะ วากะโทชิได้

 

ไม่มีทางป้องกันลูกตบที่เปี่ยมด้วยพลังของคน ๆ นั้นได้

 

ไม่มี…

 

นิ้วเรียวปล่อยลูกบอลให้ตกลงพื้น ก่อนจะตบลงเบา ๆ ที่แก้มทั้งสองข้างของตัวเองเหมือนจะเรียกสติ

 

ไม่มีทางอะไรกัน คนอย่างเขาเนี่ยนะจะมาคร่ำครวญอะไรแบบนั้น

 

จะอัจฉริยะหรืออะไรก็ช่าง ยังไงเขาก็ต้องเอาชนะให้ได้!

 

“ฉันไม่ยอมแพ้หรอกน่า อุชิวากะจัง”

 

ไม่มีวันเสียหรอก ที่เขาจะยอมล้มเลิกความตั้งใจนี้

 

ไม่มีวันที่เขาจะยอมแพ้เป็นอันขาด

 

ต่อให้ต้องเสียน้ำตาบนสนามอีกกี่ครั้ง ต้องเสิร์ฟจนแขนน้ำ ต้องเซ็ตลูกไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

เขาก็จะไม่มีวัน ยอมแพ้ให้กับหมอนั่นเด็ดขาด

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
IV
 
 
นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่?

โออิคาวะถามตัวเองเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้ และแม้เขาจะย้ำถามตัวเองอยู่หลายครั้ง จนถึงตอนนี่ก็ยังไม่ได้คำตอบ

มันผิดปกติเกินไป ตัวเขาที่ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจจุดประสงค์ (หรืออาจจะเข้าใจแต่ไม่ยอมรับ) ตัวเขาที่โดดซ้อมวอลเลย์บอล ยอมเสี่ยงโดนอิวะจังชก เพื่อมายืนหลบอยู่ ณ สถานที่ที่บอกไปก็คงไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะมา...

ข้างรั้วโรงเรียนชิราโทริซาวะ...

ท่าทางเขาจะประสาท ไม่สิ ไม่ๆๆ เขาแค่มาเก็บข้อมูลเท่านั้น ก็แค่มาสืบว่าคู่แข่งวางแผนอะไรไว้บ้างต่างหาก!

โออิคาวะย้ำกับตัวเองในใจ แม้จะรู้ดีว่าไอ้เรื่องเก็บข้อมูลอะไรนั่นมันไม่ได้เป็นความจริงเลยสักนิด เขามาที่นี่ก็แค่เพราะ...

"อ๊ะ..."

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเป้าหมายในคลองสายตา ก่อนที่เท้าจะค่อย ๆ ขยับถอยไป ใจเต้นระทึกโดยไม่ทราบสาเหตุ

เด็กหนุ่มลูบหน้าลูบตาตั้งสติ หายใจเข้าจนเต็มปอด ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ แล้วก้าวเท้าออกเดิน จังหวะก้าวเท้าปกติ ไม่รีบร้อน ไม่ช้าจนเกินไป สีหน้าเขาปกติแล้วใช่ไหม? คิดว่านะ ไม่มีอะไรผิดสังเกตใช่ไหม? ทีนี้ก็รอ...

"...โออิคาวะ?"

เสียงทุ้มที่ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใครเอ่ยทัก แต่คนโดนเรียกก็หันไป ทำสีหน้าประหลาดใจ ก่อนจะแสร้งทำใบหน้าเบื่อหน่าย

เขาพยายามควบคุมเสียงให้ดูระอาที่สุดขณะพูด "อุชิวากะจัง? อะไรกัน ทำไมฉันต้องมาผ่านหน้าโรงเรียนนายตอนนายเดินออกมาพอดีด้วย?" แสร้งถอนหายใจพลางพึมพำเสียงเบา แต่ก็จงใจให้อีกฝ่ายได้ยิน "ซวยจริง" ก่อนจะแอบสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่ายด้วยใจระทึก

เขาไม่ได้หลุดอะไรไปใช่ไหม? ทุกอย่างดูปกติดี อุชิวากะจังดูไม่ออกใช่ไหม?

คนตัวสูงกว่านิ่งเงียบ ใบหน้ายังคงเรียบเฉยเหมือนปกติ แต่นัยน์ตาสีนิลนั้นไหววูบเล็กน้อยกับคำพูดที่ฟังยังไงก็ทำร้ายจิตใจกันสุด ๆ

"ถ้านายไม่อยากเห็นหน้าฉันขนาดนั้น คราวหน้าเดินอ้อมไปทางอื่นก็ได้นะ"

น้ำเสียงของอีกฝ่ายเรียบ ๆ ไม่รู้ว่าแฝงแววประชดหรือเปล่า แต่เล่นเอาคนฟังใจเสีย แม้จะทำได้เพียงตีสีหน้าเยาะเย้ย แต่ในใจโออิคาวะร่วงวูบ...

บ้าเอ๊ย อุชิวากะจัง! นายนี่มัน...!

"นายนี่...มีแขกมาเยี่ยมแทนที่จะต้อนรับดี ๆ ดันพูดจาเหมือนไล่กันเนี่ยนะ" ทำทีพูดตีความไปทางอื่น สมองหมุนเร็วหาทางแก้เหมือนอยู่ในสนามแข่ง

หวังว่าอุชิวากะจังจะไม่โง่เกินไปนะ เขาอุตส่าห์ปูทางมาขนาดนี้...

"ต้อนรับ? แต่นายไม่อยากเห็นหน้าฉันไม่ใช่หรือไง?"

"..."

โอเค บางทีเขาอาจจะประเมินกัปตันของชิราโทริซาวะสูงไปหน่อย หรืออีกกรณีที่เป็นไปได้คือหมอนี่แกล้งโง่

"ใช่ ฉันไม่อยากเจอนาย แต่วันนี้ไหน ๆ ฉันก็มาแล้ว นายไม่คิดจะทำอะไรเลยหรือไง?"

เขาเริ่มหงุดหงิด ขณะอีกฝ่ายทำหน้างง

"...นายอยากให้ฉันทำอะไร?"

โออิคาวะอยากวิ่งชนกำแพงโรงเรียนแล้วตายไปตรงนี้จังเลย... เขาคิดบ้าอะไรถึงแอบมาหาหมอนี่วะะะ

พอกันทีกับการเล่นแง่ เขาจะไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว

"นายก็รู้ว่าวันนี้ฉันมีซ้อม แล้วฉันยัง 'บังเอิญ' มาเจอกับนายหน้าโรงเรียนอีก..."

พูดยังไม่ทันจบประโยค คนที่หน้านิ่งหน้ามึนมาตลอดก็หลุดเสียงแปลก ๆ เมื่อมองดี ๆ ถึงพบว่าอุชิจิมะ วากะโทชิกำลัง... กลั้นหัวเราะ

โออิคาวะไม่ได้โง่ถึงขั้นไม่รู้ว่าคนตรงหน้าหัวเราะทำไม ยิ่งอีกฝ่ายพูดประโยคถัดมาเขายิ่งอยากสิงกำแพงโรงเรียนนี้

"...การที่นายมายืนรอฉันตั้งนานนี่ จะเรียกว่าบังเอิญก็ได้นะ ถ้านายคิดอย่างนั้น"

บ้าเอ๊ย!

"...นี่นายเห็นเรอะ!?"

อุชิจิมะไม่ตอบ ทำเพียงยื่นมือมาตบบ่าเขาเบา ๆ ซึ่งโออิคาวะก็เบี่ยงตัวหลบทันทีอย่างหงุดหงิด

"...งั้นฉันกลับละ"

คนที่แกล้งบังเอิญหันหลังเตรียมจะเดินกลับด้วยท่าทางหงุดหงิด ทว่าคนโดนงอนคว้าข้อมือเขาไว้ก่อน

มองข้ามเรื่องที่ผู้ชายสองคนมายืนจับมือกันหน้าโรงเรียนไป โออิคาวะมองตามมือหนาที่กำรอบข้อมือตัวเอง ไล่ไปจนถึงสีหน้าที่กลับมาเรียบนิ่ง ถึงอย่างนั้นก็พอมองเห็นแววขันจาง ๆ จากนัยน์ตาสีนิลที่เป็นประกายได้

"อะไร?"

เขารู้เลยว่าเสียงตัวเองหาเรื่อง

"ใกล้ ๆ นี่มีร้านเค้ก ถ้านายสนใจ"

...

โออิคาวะถอนหายใจ "ถ้านายเลี้ยง"

รอยยิ้มบางผุดขึ้นที่มุมปากของอีกฝ่ายทันที โออิคาวะรู้สึกเหมือนตัวเองแพ้อีกแล้ว บ้าที่สุด ทั้งที่อุตส่าห์วางแผนมาแท้ ๆ

ก็แค่อยากเจอ... ช่างมันเถอะ เห็นแก่เค้กแถวชิราโทริซาวะที่เขาว่ากันว่าอร่อย ครั้งนี้เขายอมก็ได้
 
---
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หมดแล้วล่ะ 555
 
มีไดสึกะอยู่เรื่องหนึ่ง สั้น ๆ แต่ไม่ได้ลงในเอนทรี่นี้นะคะ
 
 
ช่วงนี้เปิดเทอมอย่างจริงจัง จะว่าเวลาน้อยก็พูดได้ไม่เต็มปาก วิชาเรียนก็โอเคดีสำหรับเรา เพื่อนก็โอเค เมทก็ดีเลิศ (ประเสริฐศรี 555555) เริ่มปรับตัวกับอะไรหลาย ๆ อย่างได้
 
เราจะยังพยายามต่อเรืออุชิโออิต่อไปนะคะ จนกว่าโลกจะถึงกาลอวสาน /ว่าไปนั่น /ยังไม่มีอะไรมาสั่นคลอนความรักของเราที่มีต่อเรือลำนี้ได้เลยนะฟฟฟฟฟ
 
จริง ๆ แล้ว... เราชิปหลายคู่นะคะ ไฮคิวอะ คาเกฮินะ (อันนี้มันคู่หลัก ไม่ต้องผลิตอะไรแล้ว เพราะคนเยอะมาก ฮาาา) ไดสึกะ (ป๊าหม๊า <3) อาซาโนยะ (แปลกที่คู่นี้ดูไม่ค่อยมีโปรดัคท์...) โบคุอาคา คุโรเคนมะ อุคาทาเคะ แต่จะยึดเรืออุชิโออิเป็นเรือหลัก อย่าถามว่าทำไมค่ะ ความชอบไม่มีเหตุผล 555555555555 /โดนชก
 
แล้วเจอกันเอนทรี่หน้าค่ะ บัยย์ /สะบัดปีก (?)

Comment

Comment:

Tweet

ฮรือออออออออออออ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มันน่ารักมากเลยอ่าาาาาาา
ให้ตายสิ เค้าแพ้ทางคู่แบบนี้จริงๆนะเออ

#2 By fukaze on 2014-11-09 13:25

กรี้ดๆ คู่นี้น่ารักจัง มุ้งมิ้งๆ
คู่แข่งที่ไม่มีวันเอาชนะได้ โรแมนติกจังเลยค่า 
อยากอ่านอีก อยากอ่านอีก อยากอ่านอีกจังเลย

#1 By memyself (124.122.184.129|124.122.184.129) on 2014-08-27 16:15

Wirunyupha View my profile

Recommend