[One Shot] Fan Fiction Haikyuu!: [UshiOi] - Falling In Love

posted on 09 Nov 2014 00:09 by view-fujiki in FanFiction, Haikyuu directory Fiction, Cartoon

Fan Fiction Haikyuu!!

Ushijima Wakatoshi x Oikawa Tooru

 

 

 

 

 

 

Falling In Love

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อุชิจิมะ วากะโทชิ รู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในอาการที่เรียกว่า ‘ตกหลุมรัก’

 

เขาไม่รู้ว่าการตกหลุมรักใครสักคนนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายหรือเปล่า หรือจริง ๆ แล้วอาจจะเป็นความคิดไปเองของเขาคนเดียว แต่วันก่อนเขาได้ยินพวกเด็กผู้หญิงในห้องเรียนคุยกัน... นิตยสารวัยรุ่นชื่อดังฉบับล่าสุดมีคอลัมน์เกี่ยวกับอาการตกหลุมรัก

 

‘1. ถูกชะตาอย่างแรง’

 

ถูกชะตา... อุชิจิมะย้อนคิดถึงวันที่เจอคน ๆ นั้นครั้งแรก ความประทับใจแรกของเขาคืออะไร อาจเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ชวนมองบนใบหน้าของอีกฝ่าย รอยยิ้มของคนที่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม หรือท่าทางการส่งลูกที่เพียงมองผ่านก็รู้ว่าชำนาญและผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี หรือท่าทางเหมือนจะพังทลายตอนที่เขาเอาชนะอีกฝ่ายได้

 

แบบนี้เรียกว่าถูกชะตาได้ไหมนะ?

 

เคยไหม ขณะที่เขากำลังมองอะไรอยู่ก็ไม่รู้ แค่เห็นหน้าครั้งแรกก็เกิดถูกชะตาอย่างแรง รู้สึกเหมือนเคยรู้จักกันมาสัก 10 ปี ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็รู้สึกคุ้นหน้าและดูดีไปหมด จนแอบคิดไปคนเดียวว่า “นี่เราเคยเจอกันมาก่อนไหม?”

 

เขาชอบแอบมองอีกฝ่ายบ่อย ๆ

 

จริง ๆ จะเรียกว่าแอบมองก็ได้ไม่เต็มปากนัก เขาก็มองอย่างเปิดเผยนั่นแหละ แต่คน ๆ นั้นไม่เคยหันมองมาทางเขา ทุกครั้งเขาเองที่จะเป็นฝ่ายสังเกตอากัปกริยาต่าง ๆ มองจนเพลิน มองจนรู้สึกว่าถ้าให้มองทั้งชีวิตคงจะดีไม่น้อย มองจนรู้สึกคุ้นเคยกับคน ๆ นั้น มองจนจำทุกรายละเอียดของใบหน้าน่ามองนั่นได้

 

‘2. อยากมีภาระ’

 

ตอนได้ยินหัวข้อนี้ครั้งแรก อุชิจิมะแอบทำหน้างงไปชั่วขณะ ก่อนจะถึงบางอ้อเมื่อเด็กสาวกลุ่มนั้นอ่านข้อความขยายต่อ

 

อยากเข้าไปดูแล อยากให้เธอปลอดภัย อยากให้เธอมีความสุข อยากเข้าไปอำนวยความสะดวก เห็นเธอนั่งรถเมล์มาเรียนหรือมาทำงาน ก็อยากอาสาเข้าไปขับรถรับ-ส่งให้ถึงบ้าน... อะไรๆ ทำนองนั้น

 

แน่นอนว่าถ้าเลือกได้เขาก็ยินดีรับภาระก้อนใหญ่นั้นด้วยความยินดี

 

ถ้าเพียงจะได้อยู่ใกล้กันอีกสักนิด ถ้าเพียงคน ๆ นั้นจะหันมามองทางเขาบ้าง เขายินดีอยู่แลอีกฝ่ายตลอดไป

 

 

 

‘3. คิดถึงบ่อย ๆ’

 

ข้อนี้ไม่ต้องขยายความก็ชัดเจนดีอยู่แล้ว

 

ช่วงนี้เขาคิดว่าตัวเองไม่มีสมาธิเอาเสียเลย กินข้าว ไปเรียน เรียนหนังสือ หรือเวลาซ้อม แทบทุกขณะใบหน้าของคน ๆ นั้นจะลอยอยู่ในหัวตลอด คิดตลอดว่าตอนนี้อีกฝ่ายทำอะไรอยู่ ไปเรียนหรือเปล่า กำลังขยันซ้อมหรือเปล่านะ จะเสียใจไหมที่แพ้เขาวันก่อน หรืออาจจะเกลียดเขากว่าเดิมก็ได้

 

คิดถึงตรงแล้ว อุชิจิมะก็รู้สึกหมดแรงขึ้นมาดื้อ ๆ

 

‘4. อยากเจออีกบ่อย ๆ’

 

เขาอยากเจอคน ๆ นั้นตลอดเวลานั่นแหละ

 

เคยจินตนาการถึงช่วงเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปเหมือนกัน การได้ตื่นเช้าขึ้นมาเห็นคนที่ตัวเองรักอยู่ตรงหน้าแล้วได้เข้านอนพร้อมกันคงเป็นความรู้สึกที่วิเศษน่าดู อุชิจิมะวาดฝันถึงเรื่องราวตรงนี้แล้วตระหนักขึ้นมาได้อีกเรื่อง

 

คน ๆ นั้นเกลียดเขานี่นา

 

ไม่ต้องจินตนาการไปถึงอนาคตที่แสนไกลขนาดนั้น แค่ภาวนาให้ฝ่ายนั้นส่งข้อความมาหาเขาสักครั้งก็ยากแล้ว

 

‘5. เห็นหน้าแล้วอารมณ์ดี’

 

อุชิจิมะไม่รู้ว่าอาการที่แสดงออกมันชัดเจนมากเพียงไหน แต่สมาชิกในทีมชอบทักเขาทุกครั้งที่เจอคน ๆ นั้น ‘วันนี้คุณอุชิจิมะดูอารมณ์ดีจังเลยนะครับ’ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าดูยังไง แต่อุชิจิมะก็ไม่คิดปฏิเสธ เพราะลึก ๆ แล้วตัวเขาเองก็รู้ดี ว่ามันเป็นเรื่องจริง

 

‘6. กลายเป็นคนพูดเพราะ’

 

เดิมทีเขาก็ไม่ใช่คนพูดจาหยาบคายอยู่แล้ว แต่พอเห็นหน้าคน ๆ นั้นหรือได้โอกาสคุยกันสักครั้งก็อดไม่ได้ที่จะอยากพูดจาให้ดี ๆ แต่... ด้วยนิสัยการพูดของเขา ทุกครั้งพอหลุดพูดอะไรตามปกติออกไปมักจะโดนฝ่ายนั้นโมโหจนเดินหนีทุกที

 

อีกครั้งที่อุชิจิมะได้แต่ถอนหายใจกับนิสัยของตัวเอง

 

‘7. แต่งตัวมากขึ้น’

 

เดิมทีเขาไม่ได้พิถีพิถันเรื่องการแต่งตัว

 

แต่พอได้เจอคน ๆ นั้น... คนที่ทุกครั้งที่ก้าวออกมาในที่สาธารณะจะต้องตกเป็นเป้าสายตา เพราะโดดเด่นขนาดนั้น เขาเลยคิดว่า การที่จะทำให้อีกฝ่ายมองเห็นตัวเองคงต้องทำอะไรให้ดูดีขึ้นมาหน่อย ถึงอย่างนั้นตอนที่ได้คุยกันจริง ๆ อีกฝ่ายกลับบอกว่า เขาแต่งตัวได้เชยมาก

 

เขาก็ไม่เข้าใจนักหรอกว่าการแต่งตัวของอีกฝ่ายมันไม่เชยยังไง แต่เมื่อคน ๆ นั้นพูดมาแบบนี้ เขาคงได้แต่ยอมรับ

 

‘8. กลายเป็นคนรักษาภาพลักษณ์’

 

ข้อนี้อาจไม่ค่อยตรงนัก...​อุชิจิมะรู้สึกว่า ภาพลักษณ์ของเขาในความคิดของอีกฝ่ายก็ไม่ต่างกับตัวเขาในตอนนี้นักหรอก เขาจำเป็นต้องมีภาพลักษณ์อะไรเพิ่มอีกเหรอ?

 

‘9. อยู่ต่อหน้าอีกฝ่ายแล้วเสียเซลฟ์’

 

ทุกครั้งที่ได้เจอกัน อุชิจิมะไม่คิดว่าตัวเองเสียเซลฟ์ เป็นแค่...​ทำตัวไม่ค่อยถูก

 

ไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหน ไม่รู้จะมองหน้าอีกฝ่ายดีไหม เขาควรจะมองสบนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนนั่นดีไหม ถ้ามองแล้วจะโดนว่าอีกหรือเปล่า...​เขาคิดเยอะเกินไป ตอนหลังถึงได้รู้ว่า ทำตัวปกติไปน่ะดีแล้ว เพราะเดิมทีอีกฝ่ายก็มีอคติกับเขามากมหาศาล ทำตัวแบบข้างต้นไปรังแต่จะทำให้รำคาญเสียเปล่า ๆ

 

แบบนี้เรียกว่าเสียเซลฟ์หรือเปล่านะ?

 

’10. เห็นอีกฝ่ายคุยกับคนอื่นแล้วเคือง’

 

แบบนี้เขาเรียกว่าอะไรนะ... หึงหรือเปล่า?

 

คล้าย ๆ ว่าจะเป็นอาการแบบนั้น แต่อุชิจิมะไม่คิดว่าตนเป็นถึงขั้นนั้น เขาก็แค่...หงุดหงิดนิดหน่อยเท่านั้น

 

หงุดหงิดเวลาคน ๆ นั้นคุยอย่างสนิทสนมกับเพื่อนสนิท

 

หงุดหงิดเวลาคน ๆ นั้นแกล้งหยอกอดีตรุ่นน้องร่วมทีม

 

พอมาพิจารณาตัวเองดู อุชิจิมะรู้โดยทันที... เขามันเกินเยียวยาแล้ว

 

เด็กหนุ่มถอนหายใจขณะเมินบทเรียนบนกระดานและอาจารย์ผู้สอนมองเลยไปนอกหน้าต่าง ครุ่นคิดถึงเรื่องราวของคนที่ทั้งน่ารักและน่าปวดหัวคนนั้น จะทำอย่างไรถึงจะเข้าใกล้อีกฝ่ายได้มากขึ้นนะ

 

ช่วงนี้ได้คุยกันบ่อยขึ้นก็จริง แต่ในฐานะอะไรเขาก็บอกไม่ได้ แน่นอนว่าไม่ใช่เพื่อน เพราะแน่นอนว่าอีกฝ่ายเกลียดเขาเข้ากระดูกดำ บางทีการคุยกับเขาอาจเป็นอะไรที่คน ๆ นั้นไม่อยากทำที่สุดในโลกก็ได้

 

ทันใดนั้น โทรศัพท์ที่ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นเบา ๆ อุชิจิมะเหลือบมองอาจารย์เล็กน้อย เมื่อเห็นว่าไม่ได้รับความสนใจอะไรก็หยิบโทรศัพท์มาเปิดดู

 

อุชิวากะจัง

 

อาทิตย์นี้ว่างไหม?

 

แม้จะไม่ได้ลงชื่อว่าใครส่งมา แต่แค่เห็นคำเรียกชื่อเขาอุชิจิมะก็อดใจเต้นไม่ได้ เขารู้ดีว่าใครส่งข้อความนี้มา

 

ถ้าให้ไปกับนายฉันว่างเสมอ เดี๋ยวฉันโทร.ไป

 

เขาส่งข้อความตอบกลับไป ยังไม่ทันเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าก็ได้รับข้อความจากอีกฝ่ายพอดี

 

ประโยคแรกนั่นหมายความว่ายังไง? โทร.มาตอนเย็น ๆ แล้วกัน

 

เด็กหนุ่มผมสีดำแอบลอบยิ้ม พยายามห้ามตัวเองไม่ให้แสดงความดีใจจนเกินปกติ

 

 

 

ใช่ เขากำลังตกหลุมรักคน ๆ หนึ่งอยู่

 

คนที่ทำท่าเกลียดเขาและตั้งกำแพงสูงตลอด แต่เขาก็พยายามทำทุกวิธีให้ฝ่ายนั้นเปิดใจขึ้นมาบ้าง

 

และดูเหมือนว่า... เรื่องที่เขาวาดฝันไว้จะเป็นจริงในไม่ช้านี่แหละ

 

 

 

 

 

 

 

FIN (?)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แรงบันดาลใจมาจากบทความนี้ค่ะ... บทความจากนิตยสาร FHM.......

 

นานวันเข้าชักอยากเปลี่ยนบรรยากาศ เขียนแบบใส ๆ มันใสไป (?) เราก็อยากจะลองเขียนแบบเรท ฉ บ้างไรบ้าง /โดนชกไปนอกโลก (แต่อยากเขียนจริง ๆ นะเนี่ย... ขอเวลาทำใจแป๊บ)

 

ช่วงนี้งานเต็มเลย งานเยอะมากกกกก แต่ก็... นั่นแหละค่ะ อยากเขียนอะ ถึงมันจะออกมาง่อย ๆ orz แต่ก็อยากเขียน

 

(แต่มันง่อยจริงฟ่ะ รู้สึกเลยว่าภาษาตัวเองแบบ... ​พล็อตแบบ ไม่สิ อย่างนี้เรียกมีพล็อตได้ด้วยเหรอ 555555 o<-<)

 

หนีความจริงแป๊บค่ะ

 

สวัสดี

 

Comment

Comment:

Tweet

น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก น่ารักๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆน่ารักมากๆเลยคะ โฮร่วววววววววววววววว ชอบอุชิโออิที่ซูดดดดดดดดดดดดดดดด มันกร๊าวใจอ่าาาาาาาาา

#4 By fukaze on 2014-11-09 12:42

ง่อยอะไร /ตีเบยยยยย
เราออกจะชอบ///// โอ๊ยย น่ารักมาก ไอ้บ้าอุชิวากะ บ้าๆๆๆ บ้าที่สุด
คนผีทะเล! <<ไม่คิดว่าจะด่าใครแบบนี้ แต่เห็นหมอนี่แล้วอยากว่างี้จริงๆ55555
มีนายเป็นแฟนนี่โชคดีแท้ โออิม่างมีแต่ผู้ชายดีๆรอบตัวฟ่ะ(ตัวมันเองด้วยฟฟฟฟ)

#3 By Hitsugaya~kun on 2014-11-09 12:30

ง่อยอะไร /ตีเบยยยยย
เราออกจะชอบ///// โอ๊ยย น่ารักมาก ไอ้บ้าอุชิวากะ บ้าๆๆๆ บ้าที่สุด
คนผีทะเล! <<ไม่คิดว่าจะด่าใครแบบนี้ แต่เห็นหมอนี่แล้วอยากว่างี้จริงๆ55555
มีนายเป็นแฟนนี่โชคดีแท้ โออิม่างมีแต่ผู้ชายดีๆรอบตัวฟ่ะ(ตัวมันเองด้วยฟฟฟฟ)

#2 By Hitsugaya~kun on 2014-11-09 12:30

โฮกกกกกกกกกก นี่มันก๊าวมาก ก๊าวมากๆเลยค่ะคุณวิว //ข่วนพื้น 
อาการสิบข้อ โดนมันทุกข้อแบบนี้ เกินเยียวยาแล้วจริงๆล่ะคุณอุชิจิมะ 
ขอให้ฝันเป็นจริงในเร็ววันนะคะ กองอวยจะคอยให้กำลังใจค่ะ //ซับๆ T v T

#1 By (171.96.181.25|171.96.181.25) on 2014-11-09 00:29

Wirunyupha View my profile

Recommend