[One Shot] Fan Fiction Haikyuu!: [UshiOi] - Be Mine

posted on 19 Nov 2014 00:24 by view-fujiki in FanFiction, Haikyuu directory Fiction, Cartoon

Fan Fiction Haikyuu!!

Ushijima Wakatoshi x Oikawa Tooru

by Wirunyupha

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Be Mine

 

 

 

 

 

 

 

Note

  •  ได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Be Mine ของ Infinite หลังจากติดใจทำนอง ลามไปถึงเอ็มวี Dance Performance และอื่น ๆ ก็เลยไปขุดหาเนื้อเพลง...​เพราะรู้ความหมายเท่านั้นแหละค่ะ แม่ขา มันใช่มาก มันอุชิโออิมาก ๆ ...ทนไม่ได้ค่ะ
  •  ความดราม่าช่างหอมหวาน
  •  เครดิตคำแปลเพลง จากที่นี่เลยค่ะ
  • เพิ่มอรรถรสด้วยการฟังเพลงประกอบค่ะ หรือจะเวอร์ชั่นเปียโนคัฟเวอร์ก็เพราะนะ อิ /ไม่ได้ค่าโฆษณา
  • เราไม่ได้เป็นอินสปิริตนะ 55555555555

 

 

 

 

 

 

 

지켜봐 왔잖아

니 사랑을 긴 이별을

늘 상처받을 바엔 난 게 나아

 

똑바로 봐 우는게 싫어서 그래

아픈게 힘들어 그래

그런 널 볼 때마다

 

 

ฉันได้แต่เฝ้าดู

ความรักและการเลิกราอันแสนจะยืดเยื้อของเธอ

ถ้าได้แต่เป็นฝ่ายเจ็บตลอดล่ะก็มาอยู่กับฉันจะดีกว่า

 

ดูฉันให้ดี ๆ สิ ฉันแค่ไม่ชอบเวลาที่เธอร้องไห้

ความเจ็บปวดน่ะมันหายยาก

ฉันเองก็เห็นเธอเจ็บแบบนั้นมาตลอด

 

 

 

 

ภาพของเด็กหนุ่มที่นั่งไร้ชีวิตอยู่ที่ม้านั่งตัวหนึ่งในสวนสาธารณะ เป็นภาพที่อุชิจิมะเห็นจนชินตา

 

ทว่า การที่เห็นเป็นประจำนั้น ไม่ได้หมายความว่าเขาปรารถนาจะเห็นมัน

 

บรรยากาศรอบตัวเด็กหนุ่มคนนั้นเต็มไปด้วยความเซื่องซึม นัยน์ตาสีน้ำตาลที่มักจะเป็นประกายเสมอกลับหมองลง สายตานั้นล่องลอยไปไกล ...ไปยังที่ที่อุชิจิมะไม่มีวันเอื้อมถึง

 

“…โออิคาวะ”

 

ทดลองเรียกอีกฝ่ายเสียงเบา ไม่คาดหวังถึงปฏิกิริยาตอบกลับ ทว่าคน ๆ นั้นก็ยังชะงัก สายตาเลื่อนลอยกลับมาโฟกัสอีกครั้ง พอหันมาพบว่าคนเรียกคือเขาก็เงียบไป

 

“…อุชิวากะจัง”

 

โออิคาวะเพียงพึมพำชื่อเขาเสียงแผ่ว ก่อนจะเบือนสายตากลับไป มองทอดไปอย่างไร้จุดหมาย

 

เห็นดังนั้น อุชิจิมะจึงทรุดตัวลงนั่งบ้าง คนข้าง ๆ ไม่ได้เอ่ยต่อว่าอะไร เพียงเหลือบสายตามาอีกครั้งแล้วหันกลับไปเหมือนเดิม ราวกับว่าการที่เขามานั่งข้าง ๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร

 

ซึ่งก็เป็นตามนั้น...

 

“เหมือนเห็นภาพเดิม ๆ ซ้ำเลยเนอะ” คนที่ปกติจะพูดมากแต่กลับเงียบอย่างครุ่นคิด จู่ ๆ ก็โพล่งขึ้นมาอีกรอบ อุชิจิมะเห็นรอยยิ้มบางประดับบนใบหน้านั้น แต่ความสดใสจอมปลอมนั้นไม่ส่งไปถึงแววตา

 

“ฉันนั่งอยู่ตรงนี้ แล้วนายก็เดินมาเจอ แล้วก็นั่งข้าง ๆ มองฉันนั่งเหม่อ”

 

“…อืม”

 

เขาได้แต่ส่งเสียงในลำคอ ด้วยไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรตอบกลับไปดี

 

“อุชิวากะจังเคยไล่ตามอะไรสักอย่างไหม?”

 

คำถามนั้นเรียกสีหน้าประหลาดใจจากคนฟัง “เช่น?”

 

“คนที่เก่งกว่า สิ่งที่อยากได้ ความฝัน ความสำเร็จ ความสุข ...ความรัก”

 

“…”

 

“ไล่ตามเหมือนคนบ้า อยากจะได้สิ่งนั้นมาไว้ในมือ พอถึงจุดที่จะเอื้อมคว้าได้ นายก็เกิดกลัวว่า ควรจะก้าวข้ามเส้นกั้นข้างหน้าไปดีไหม”

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลสะท้อนความเจ็บปวด แสงอาทิตย์ยามเย็นกระทบใบหน้านวลราวกับภาพฝัน ...หยุดจังหวะหัวใจคนมองและสะเทือนใจคนมองในเวลาเดียวกัน

 

“…โลกนี้ไม่มีอะไรง่ายอยู่แล้ว”

 

โออิคาวะยิ้มให้กับคำพูดนั้น “นั่นสิ ฉันก็รู้ข้อนั้นดีอยู่แล้ว”

 

“ฉันก็มีสิ่งที่ไล่ตาม”

 

“หืม?”

 

คราวนี้นัยน์ตาทอประกายเศร้าคู่นั้นหันสบกับเขาอย่างสนใจ ภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่ในแก้วกระจกใสทำให้อุชิจิมะอดยิ้มไม่ได้

 

อย่างน้อยนายก็หันมามองฉัน

 

“…แต่ไล่ตามไปเรื่อย ๆ ก็ไม่ได้แปลว่าคน ๆ นั้นจะหันกลับมา”

 

“…”

 

“ฉันไม่เคยอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ”

 

โออิคาวะเลิกคิ้ว “ไหงกลายเป็นนายที่มาดราม่าใส่ฉันล่ะ”

 

อุชิจิมะยักไหล่ “บางครั้งนายก็ความรู้สึกช้า”

 

“หา? คนอย่างฉันเนี่ยนะ?”

 

เซตเตอร์คนเก่งหงุดหงิดขึ้นมาทันที “กล้าดียังไงมาว่าฉันความรู้สึกช้า นายความรู้สึกเร็วตายแหละ”

 

“อย่างน้อยก็เร็วพอที่จะรู้ว่านายเป็นแบบนี้เพราะอิวาอิสึมิ”

 

 

ความเงียบทอดตัวลง แผ่กระจายเป็นวงกว้างรอบกาย ทันทีที่สิ้นสุดคำพูดของเขา

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นั้นเบิกกว้าง สิ่งที่สะท้อนในนัยน์ตาคือความตื่นตระหนก คล้ายจะแตกร้าว ก่อนที่จะกลับมาสงบนิ่ง พร้อมกับรอยยิ้มฝืดเฝื่อนบนใบหน้าหล่อเหลา

 

“…ความรู้สึกเร็วจริง ๆ แหละ”

 

“พวกนายเป็นเพื่อนกัน”

 

“ใช่” คำพูดนั้นตอบรับทันทีราวกับไม่ต้องคิด ก่อนที่คนพูดจะสูดหายใจลึกแล้วเอ่ยต่อ “ใช่... พวกเราเป็นเพื่อนกัน”

 

“…นายกำลังถลำลึก”

 

“ถอนตัวตอนนี้ก็ยากแล้วด้วย” โออิคาวะหัวเราะ ...หัวเราะในเรื่องที่ไม่ควรหัวเราะ หัวเราะกลบเกลื่อนความเจ็บปวดในใจ

 

ยิ่งอีกฝ่ายปกปิดความเจ็บปวดนั้นเมื่อไหร่ อุชิจิมะยิ่งรู้สึกจุกในอกมากขึ้นเท่านั้น

 

“เขาอยู่ข้าง ๆ ฉันมาตลอดแท้ ๆ ตอนที่เห็นว่าสำคัญก็เป็นตอนที่ฉันเสียเขาไปแล้ว”

 

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เสียงนุ่มนั้นแหบพร่า พร้อมกับหยดน้ำใสที่ค่อย ๆ ไหลอาบผิวแก้ม

 

“เพื่อนเหรอ... ใช่ พวกเราเป็นเพื่อนกัน เพราะคำนั้นฉันเลยถอยห่างออกมาไม่ได้ แต่ยิ่งอยู่ใกล้ ก็ยิ่งถลำลึก ...ทั้งที่รู้ว่าไม่ควร แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ”

 

อุชิจิมะขยับเข้าไปใกล้ เสียงสะอื้นที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มบีบรัดหัวใจเขาจนไม่อาจทนมองได้อีกต่อไป

 

“สำหรับเขาฉันก็แค่เพื่อนคนหนึ่ง อาจเป็นเพื่อนสนิทที่สุด แต่ฉันพลาดเองที่คิดไปไกลกว่านั้น ทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ฉัน... ฉันได้แต่มองอิวะจังหัวเราะกับผู้หญิงคนนั้น”

 

“โออิคาวะ...”

 

“หัวเราะอย่างมีความสุข หัวเราะแล้วหันมามองฉัน สายตาแบบนั้นที่ฉันไม่เคยเห็น... ฉันทำอะไรไม่ได้ ฉันพูดออกไปไม่ได้”

 

เด็กหนุ่มตัวสูงเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะคว้าอีกฝ่ายเข้ามากอดแน่น

 

โออิคาวะไม่ขัดขืน ไม่พูดว่าอะไรทั้งนั้น เพียงแค่ร้องไห้... ร้องอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน หยดน้ำตามากมายพร่างพรูออกมาจากคนที่มักยิ้มอย่างสดใส และทำเหมือนไม่มีอะไรทำให้เจ็บปวดได้

 

คำพูดของคนที่กำลังสะอื้นดังสะท้อนอยู่ในหัวของเขา

 

ฉันทำอะไรไม่ได้ ฉันพูดออกไปไม่ได้’

 

 

 

 

내꺼 하자

내가 널 사랑해

내가 널 걱정해

내가 널 끝까지 책임질게

 

มาเป็นของฉันสิ

ฉันรักเธอ

ฉันเป็นห่วงเธอ

ฉันจะดูแลเธอไปจนวันตาย

 

Do you hear me…

..ได้ยินหรือเปล่า?

 

 

 

 

 

ตัวเขาเองก็พูดคำเหล่านี้ออกไปไม่ได้เช่นกัน

 

ทุกครั้งที่เขาเดินผ่านสวนสาธารณะแห่งนี้ เขามักจะเห็นภาพเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนนั่งเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย พอเขาเดินมานั่งข้าง ๆ อีกฝ่ายก็ไม่ว่าอะไร นั่งกันสักพักก็จะแยกย้ายกันไปเอง

 

แต่วันนี้ต่างออกไป ...ความเงียบในยามปกติถูกทำลายด้วยเสียงสะอื้นราวกับจะขาดใจ

 

ทุกครั้งที่เสียงกลั้นสะอื้นนั้นดังขึ้น อุชิจิมะรู้สึกราวกับโดนกรีดแทงหัวใจซ้ำ ๆ ...ความเจ็บปวดนั้นเขารับรู้ได้โดยไม่ต้องมีใครมาอธิบาย

 

โออิคาวะเจ็บปวดที่คนที่ตัวเองรักมีความสุขกับคนอื่น

 

ตัวเขาเองเจ็บปวด...ที่คนที่ตัวเองรักร้องไห้เพราะความรักที่มีให้คนอื่น

 

 

 

 

젖은 기억 박힌 눈길 끝 내

품에서 죽길 바래

잘린 마음이 흘린 눈물 삼키는 건 나지막이 들린 너라도 

감추는 나

 

ความทรงจำทั้งหมดที่ชุ่มไปด้วยน้ำตานั้น

ได้แต่หวังว่ามันคงสลายไปพออยู่ในอ้อมแขนฉัน

ถึงจะได้ยินเสียงกล้ำกลืนน้ำตาอย่างแผ่วเบาด้วยหัวใจอันแตกสลายของเธอ

ฉันก็จะซ่อนมันไว้เอง

 

 

 

 

 

“…บ้าจริง เสื้อนายเลอะหมดแล้ว”

 

เสียงอู้อี้ดังมาจากคนที่อาการดีขึ้นแล้ว อุชิจิมะแอบยิ้มกับคำพูดนั้น แล้วส่ายศีรษะเบา ๆ

 

“ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ ...นายไหวไหม?”

 

“ไหว ๆ แค่ร้องไห้เอง ฉันไม่ได้บาดเจ็บหนักหนาสาหัสอะไรนะ”

 

โออิคาวะขืนตัวออก แต่อุชิจิมะกลับกอดเขาไว้แน่น เสียงทุ้มกระซิบข้างหู

 

“เพราะเจ็บปวดถึงร้องไห้ ถึงนายจะไม่มีแผลอะไร แต่ในใจนาย... นายก็รู้ดี”

 

เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ...ก่อนจะถอนหายใจ

 

“บางครั้งนายก็ฉลาดจนน่ากลัวเลยนะ อุชิวากะจัง”

 

“…หึ”

 

“หัวเราะอะไร”

 

เสียงเริ่มจะแว้ด ทำให้อุชิจิมะยอมปล่อยอีกฝ่ายออกจากอ้อมแขน โชคดีที่สวนสาธารณะในเวลานี้ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านไปผ่านมา ไม่อย่างนั้นภาพนักเรียนม.ปลายหนุ่มสองคนกอดกันกลมคงได้เป็นข่าวลือในเร็ว ๆ นี้

 

เมื่อผละออกมาให้เห็นหน้ากันชัด ๆ อุชิจิมะจึงเห็น... ดวงหน้าของอีกฝ่ายซีดเซียว ตาบวมช้ำ จมูกรั้นขึ้นสีเรื่อแดง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก เห็นแล้วอดถอนหายใจไม่ได้ ก่อนจะยื่นผ้าเช็ดหน้าให้

 

“…ขอบใจ”

 

“ไม่เป็นไร”

 

“…ไม่ใช่แค่เรื่องผ้าสักหน่อย”

 

โออิคาวะทำปากขมุบขมิบ ขณะเช็ดหน้าเช็ดตาตน ก่อนจะยื่นคืนให้เขา ทว่าอุชิจิมะไม่รับคืน

 

“อะไรล่ะ”

 

“นายเอาไปเถอะ”

 

“ไม่ได้ นายเป็นเพื่อนฉันหรือไงฮะ ให้ของกันง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ”

 

“…ฉันไม่ได้เป็นเพื่อนนายเหรอ?”

 

โออิคาวะเบ้หน้า “คู่แข่ง”

 

“แปลว่าฉันก็ก้าวข้ามเส้นกั้นนั่นได้สินะ”

 

“หา?”

 

คนที่ปกติฉลาดกว่าชาวบ้านเกิดงงขึ้นมากะทันหัน อาจเพราะร้องไห้จนสติยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง ถึงอย่างนั้นก็ยังน่าเอ็นดูในสายตาอุชิจิมะอยู่ดี

 

“ถ้านายยังเป็นแบบนี้อีก...” อุชิจิมะเกริ่น ขณะที่นัยน์ตาสีนิลจับจ้องไปยังสายตาสงสัยของอีกฝ่าย “...ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะฟังนายบ่นหรอกนะ”

 

โออิคาวะนึกอยากขำ แต่ตอนนี้เขาทำได้แค่หลุดยิ้ม “ระวังเถอะ เสื้อนายจะต้องเปื้อนจนซักไม่ได้”

 

“ให้มันเปื้อนไปเถอะ ถ้าจะทำให้นายรู้สึกดีขึ้น”

 

คำพูดนั้นทำเอาคนฟังชะงัก อุชิจิมะคว้ามือข้างหนึ่งของอีกฝ่ายมาไว้ สัมผัสนุ่มนั้นพาให้รู้สึกไม่อยากปล่อยทิ้ง เขาอยากจะกุมมือข้างนี้ไว้ตลอดไป..​. หรืออย่างน้อยก็นาน เท่าที่จะนานได้

 

“อะไรของนาย ถ้าทางแปลก ๆ นะ”

 

สายตาหวาดระแวงที่ส่งมาทำให้เขาเผลอขยับยิ้ม ทว่าก็ยังไม่ปล่อยมือข้างนั้นอยู่ดี

 

“ฉันไปส่งนะ”

 

“เดินกลับเองได้น่า”

 

“ให้ฉันไปเถอะ”

 

“…ตามใจ”

 

ท่าทางรั้น ๆ นั่น... อุชิจิมะห้ามใจตัวเองไม่ให้ก้มลงไปสัมผัสแก้มขาวนั่น เด็กหนุ่มบีบมืออีกฝ่ายแน่นขึ้นอีกนิดจนคนโดนจับมือหันมามอง แต่ก็ไม่ได้บอกให้เขาปล่อยมือแต่อย่างใด

 

บางที... โออิคาวะเองก็อาจจะอยากให้ใครสักคนมากุมมือตนเองไว้

 

อาจจะเป็นอิวาอิสึมิ... ใช่ ก็ต้องเป็นหมอนั่นแหละ แต่ตอนนี้... สิ่งที่เขาทำได้ก็มีเพียงเท่านี้

 

ถ้าจะทำให้นัยน์ตาคู่นี้กลับมาเป็นประกายสดใสอีกครั้ง ไม่ว่าอะไรเขาก็ยอม

 

 

 

 

 

 

 

 

다투진 않을까 상처 또 안을까

끊임 없는 아픈 고리에

항상 소리 없는 전쟁 넌 무리해

걱정의 방패로 난 니 앞에

나는 달 처럼 니 주윌 돌고 돌아

불이 커져 버린 니 사랑은 놓고 날 봐

깊이 패여 버린 상처 덮어줄게

웃게할게 내걸로 만들게

 

เธอยังจะสู้อีกหรือเปล่า เธอยังจะเจ็บอีกมั้ยนะ

ในวงจรแห่งความเจ็บปวดอันยาวนานนี้

มีแต่สงครามเงียบตลอดมา มากเกินกว่าเธอจะรับไหวแล้ว

ด้วยโล่แห่งความห่วงใยนี้ ฉันจะยืนอยู่เบื้องหน้า

คอยคุ้มครองอยู่รอบกายเธอราวกับพระจันทร์

แสงสว่างในความรักของเธอน่ะดับไปแล้ว ฉะนั้นทิ้งมันไปแล้วมองมาที่ฉันซะ

ฉันจะปกป้องรอยแผลบาดลึกของเธอเอง

จะทำให้เธอยิ้ม แลัวทำให้เธอเป็นของฉัน

Be mine.

คำที่เขาได้แต่คิดในใจ และไม่อาจพูดออกไปได้...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

FIN

มาดราม่าอะไรตอนเที่ยงคืนครึ่ง.........

โทษเพลง Be Mine นะคะ โทษเมทด้วยที่เปิดให้ฟัง บ้าจริง ฟังจนติด ติดจนเป็นฟิคเนี่ย 5555555555 orz

ตอนฟังเพลงนี้ครั้งแรกแค่รู้สึกว่า ทำนองเพราะจัง แล้วก็ลามค่ะ พอรู้ความหมายเพลงเท่านั้นแหละ... ฉันต้องเขียนฟิคค่ะ...... เลยปั่นงานของวันนี้จนเสร็จแล้วเขียน ขณะนี้ก็เข้าวันใหม่แล้วค่ะ สวัสดี

 
(พรุ่งนี้ไม่มีเรียน ถถถถถถถ /แต่ต้องไปประสานมิตร...)
 
 
อยากเขียนซีนอารมณ์ให้ดีกว่านี้จังเลยค่ะ ขัด รู้สึกขัด ๆ orz
 
ไปละ ฝันดีค่ะ
 
ป.ล. ติดซีรี่ส์ค่ะ... Tomorrow Cantabile หรือโนดาเมะเวอร์เกาหลี สนุกมากค่ะ ติดมากจริง ๆ orz

Comment

Comment:

Tweet

แค่กดเข้ามามั่วเพราะชื่อฟิคกลายเป็นการติ่งสองอย่างรวมกัน บร๊ะะะะะะ
ประกาศตัวได้ไหมอ่ะ นี่เป็นหนึ่งในแฟนโออิคาว--แถมเป็นอินสปริ--- #เซนเซอร์หนักๆ
เจอแบบนี้กี้ไม่ทน5555555555555 ชอบอ่าาาาาาา ตกใจมากพอเห็นBemine เสียงซองยอลแบบลอยข้ามหูมาเลย Do you hear me? Do you hear me? oh~ แนกอฮาจา! แนกานึนซารังแฮ โอ้! #ยาวแล้วยาว

#4 By yonio-w- (171.100.112.180|171.100.112.180) on 2015-04-05 03:54

เข้ามากริ๊ดกระจายเพราะเพลงก่อนเลยครับบบ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
ออกตัวก่อนเลยว่าเป็นอินสปิริ-- #หยุดส์
ไม่คิดว่าเพลงนี้จะเอามาถูกใช้ ตอนแรกเห็นชื่อฟิคแค่คิดเล่นๆว่าบีมายอินฟิ ?
แล้วก็ใช่เฉยเลย โอยยยย ลั่นบ้านนนนนนนน ;; v ;;
อ่านแล้วรู้สึกจุกแทนพี่อุชิมากเลย แต่พระเอกสุดๆ
นี่นึกว่าพี่โอยเขาจะฉลาดกว่านี้ ทำไมทีแบบนี้ล่ะซื๊อซื่อ T v T
แนะนำว่าให้พี่อุชิพูดไปเล๊ยย ตามดามใจเต็มที่ เดี๋ยวพี่โอยก็ดีขึ้นลล์(?)
ขอบคุณสำหรับฟิคครับ ///-///
Ps. ดันนึกภาพพี่อุชิร้องท่อน Do you hear me .........

#3 By Mewkeyway on 2015-01-16 22:09

บางครั้งนายก็ความรู้สึกช้าจริงๆ!! โออิคาวะ โทรุ! /ตีๆๆเลย
โอ๊ยยยน่ารักมากกฟกฟฟหหห///// ฮืออ เขิงง
โออิที่ร้องไห้ แล้วยอมให้อุชิวากะจังกอดเงียบๆนี่มันนนฟกฟฟฟฟ *ตายคนแรก*
อุชิวากะก็พระเอกเหลือเกินน สู้เค้านะ วากะโทชิ ความพยายามของนายต้องสัมฤทธิ์ผลในสักวันแน่! เรารู้!!
เพลงเข้ามากจริงๆ Be mine งั้นเหรอ... แค่ชื่อก็เหมาะแล้วนะ แต่เนื้อนี่ พระเจ้าช่วยย เขียนมาได้อุชิโออิมากค่ะเนื้อเพลง ฮือๆๆ ความรักแบบนี้มีอยู่จริงสินะ
วากะโทชิซังจับมือกลับบ้ายด้วย /โดคิไปล้านแปด ค่อยๆพัฒนาไปนะนาย!

#2 By Hitsugaya~kun on 2014-11-19 20:38

บางครั้งนายก็ความรู้สึกช้าจริงๆ!! โออิคาวะ โทรุ! /ตีๆๆเลย
โอ๊ยยยน่ารักมากกฟกฟฟหหห///// ฮืออ เขิงง
โออิที่ร้องไห้ แล้วยอมให้อุชิวากะจังกอดเงียบๆนี่มันนนฟกฟฟฟฟ *ตายคนแรก*
อุชิวากะก็พระเอกเหลือเกินน สู้เค้านะ วากะโทชิ ความพยายามของนายต้องสัมฤทธิ์ผลในสักวันแน่! เรารู้!!
เพลงเข้ามากจริงๆ Be mine งั้นเหรอ... แค่ชื่อก็เหมาะแล้วนะ แต่เนื้อนี่ พระเจ้าช่วยย เขียนมาได้อุชิโออิมากค่ะเนื้อเพลง ฮือๆๆ ความรักแบบนี้มีอยู่จริงสินะ
วากะโทชิซังจับมือกลับบ้ายด้วย /โดคิไปล้านแปด ค่อยๆพัฒนาไปนะนาย!

#1 By Hitsugaya~kun on 2014-11-19 20:38

Wirunyupha View my profile

Recommend